เดซี่ ไม้ดอกสุดน่ารัก ตัวแทนความหมายดี ๆ และมีคุณประโยชน์รอบด้าน
เดซี่ ดอกไม้ที่เป็นตัวแทนแห่งพลังบวก
เดซี่ถือเป็นดอกไม้ตัวแทนของความหมายดี ๆ และพลังบวกต่าง ๆ เดิมทีมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเม็กซิโกและบริเวณแถบรัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา คนสมัยก่อนนำดอกเดซี่มาบดกับส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นยารักษาโรค เดซี่เป็นไม้ดอกที่สามารถเกิดได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น
คนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าการมอบดอกเดซี่ให้กันและกันในโอกาสต่าง ๆ อาทิ วันวาเลนไทน์ วันครบรอบ วันเกิดหรือวันสำคัญ ๆ นั้นเป็นการแสดงถึงความรัก ความโรแมนติก ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อผู้ให้ โดยในความจริงแล้วนอกเหนือจากดอกเดซี่สีขาวที่เป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ความสดใสและพลังบวกแล้วดอกเดซี่ยังมีอีกหลายสีและแต่ละสีก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ดอกเดซี่สีส้ม จะหมายความว่าคุณคือแสงสว่างแห่งชีวิตฉัน ดอกเดซี่สีแดงหรือสีชมพู หมายถึงการตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัวหรือการตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความรัก ส่วนดอกเดซี่สีเหลืองนั้นจะหมายถึงความหวังหรือการต่อสู้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนามาครอบครอง เป็นต้น ซึ่งความหมายของดอกเดซี่จะเป็นในเชิงบวกจึงไม่แปลกที่มันจะกลายเป็นดอกไม้ที่หลายคนมักจะนึกถึงเมื่อต้องมอบให้คนที่เรารักในโอกาสพิเศษต่าง ๆ นั่นเอง

ส่วนประกอบของต้นไม้
ลำต้นเดซี่: ลำต้นเป็นพุ่มที่มีขนาดเล็ก โดยขนาดประมาณ 15-20 เซนติเมตร
ใบเดซี่: ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน ลักษณะคล้ายกับใบผักชีสีเขียว แผ่นใบหนักลึกตามแนวเส้น ใบคล้ายผักชีสีเขียวอ่อนมีกลิ่นฉุน
ดอกเดซี่: ออกดอกเป็นช่อกระจุกบริเวณปลายยอด ดอกวงนอกมีเพียงกลีบเดียว มีหลายสี เช่น ขาว เหลือง แดง ม่วง ส้ม เป็นต้น ส่วนดอกวงในมีเหลืองเข้ม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโดยประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร สำหรับดอกเดซี่จะมีอายุขัยประมาณ 60 วัน เท่านั้น ทำให้จึงจะต้องมีการเก็บเกี่ยวดอก เพื่อไปใช้ประโยชน์ก่อนที่ดอกจะร่วงหล่นหรือตายไป
เมล็ดดอกเดซี่: มีเมล็ดขนาดเล็กที่สามารถนำไปเพาะเมล็ด เพื่อขายพันธุ์ต่อไปได้

วิธีการปลูกและขั้นตอนในการดูแล
การดูแล
แสง: ตั้งวางในที่มีร่มเงาหรือแสงแดดรำไร นำไปวางให้ได้รับแสงแดดแต่อยู่ภายใต้แสงและเมื่อโตเต็มวัยให้ตั้งไว้ที่สามารถรับแสงแดดเต็มที่
น้ำ: อาจจำเป็นต้องสเปรย์น้ำที่ใบ และหน้าดินบ้าง หากเห็นว่าขาดความชุ่มชื้น แต่ระวังอย่าให้น้ำมากเกินไป
ดิน: ดินควรมี pH 5.2-7.0 จึงควรใช้เป็นดินร่วนปนทราย เพื่อให้มีการระบายน้ำที่ดี อาจจะพรวนดินให้ร่วนซุยก่อนลงเมล็ดและหากต้องปลูกในกระถางควรมองหาวัสดุปลูกที่เหมาะสม
ปุ๋ย: จะใส่หรือไม่ใส่ขึ้นอยู่สภาพของดิน แต่ถ้าเป็นไปได้ควรใส่ปุ๋ยคอกประมาณเดือนละ 2 ครั้ง รวมไปถึงต้องดูแลจัดการวัชพืชอย่างสม่ำเสมออีกด้วย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น